สรุปวิธีที่เจ้าของตรวจสอบสัญญาณเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดของโรคเบาหวานในสุนัข ได้แก่ กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และน้ำหนักลด รวมถึงเกณฑ์การเข้าพบแพทย์

| รายการ | ช่วงปกติ | สงสัยเบาหวาน |
|---|---|---|
| ปริมาณน้ำดื่มต่อวัน (ต่อ 1kg ของน้ำหนักตัว) | ต่ำกว่า 90ml (ปกติ 50~60ml) | 90ml ขึ้นไป |
| ปริมาณปัสสาวะต่อวัน (ต่อ 1kg ของน้ำหนักตัว) | ต่ำกว่า 45ml (ปกติ 20~40ml) | 45ml ขึ้นไป |
| การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก (1 เดือน) | ภายใน ±2% | ลดลงแม้กินเก่ง |
| ความอยากอาหาร | ปกติ | เพิ่มขึ้นแต่น้ำหนักลด |
| ระดับพลังงาน | คล้ายปกติ | เหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย |
ตามเกณฑ์ตำรา PU/PD ของสุนัขคือกรณีการดื่มน้ำต่อวันเกิน 90ml/kg และปัสสาวะเกิน 45ml/kg ตัวเลขเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปกติสำคัญกว่าค่าสัมบูรณ์

กรณีเหล่านี้ต้องเข้าพบแพทย์ทันที
หากมีอาการอาเจียน ความอยากอาหารหายไปหมด หายใจหอบแรง กลิ่นผลไม้จากปาก(กลิ่นอะซิโตน) หรือระดับสติลดลง ควบคู่ไปกับอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย และน้ำหนักลด ต้องสงสัยภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน นี่คือสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมงทันทีเพื่อรับการรักษาด้วยสารน้ำทางหลอดเลือดดำและอินซูลิน หากล่าช้าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณน้ำตาลในเลือดต่ำที่เจ้าของต้องรู้
ในสุนัขที่ได้รับอินซูลิน สถานการณ์ฉุกเฉินที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแต่คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากพบอาการสั่น เดินเซ อ่อนเพลียอย่างฉับพลัน หน้าตาเหม่อลอย หรือชัก ต้องทาน้ำผึ้งหรือไซรัปลงบนเหงือกทันทีและไปโรงพยาบาล มักเกิดขึ้นหลังฉีดอินซูลินแล้วไม่กินอาหาร หรือวันที่ออกกำลังกายมากกว่าปกติ เมื่อออกไปข้างนอกควรสร้างนิสัยพกหลอดน้ำผึ้งขนาดเล็ก

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Ed — Diabetes Mellitus chapter
[2] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed — Endocrine Disorders
[3] The Dog Care Handbook — Practical Home Nursing of Your Dog