สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้เลี้ยงควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุ อาการเด่น การตรวจวินิจฉัย และวิธีรักษากลุ่มอาการคุชชิงในสุนัข



หากพบอาการเหล่านี้ ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
หากปล่อยกลุ่มอาการคุชชิงไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทุติยภูมิ เช่น เบาหวานหรือการติดเชื้อเรื้อรัง โดยเฉพาะหากมีอาการซึมอย่างกะทันหัน อาเจียน หรือไม่กินอาหารเลย อาจเป็นภาวะอันตรายที่การทำงานของต่อมหมวกไตลดลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องรับการรักษาฉุกเฉินทันที

ข้อควรระวังระหว่างใช้ไตรลอสเทน
สุนัขส่วนใหญ่ทนต่อไตรลอสเทนได้ดี แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อย ยาอาจกดการทำงานของต่อมหมวกไตมากเกินไป หากมีอาการอาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือซึมอย่างรุนแรง ให้หยุดยาและติดต่อโรงพยาบาลทันที หลังเริ่มยา ต้องตรวจเป็นประจำเมื่อครบ 10~15 วัน 1 เดือน และ 3 เดือน จากนั้นตรวจทุก 3~6 เดือน พร้อมปรับขนาดยาตามระดับคอร์ติซอลเพื่อให้ดูแลได้อย่างปลอดภัย

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Warman S., 100 Top Consultations in Small Animal General Practice, Ch.74 The dog with hyperadrenocorticism
[2] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Ed, Hyperadrenocorticism section
[3] Perez-Alenza D., Trilostane dosing recommendations, 2017
[4] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed, Ch.12 Endocrine disorders