ภาวะกินอุจจาระในสุนัขคือพฤติกรรมที่สุนัขกินของเสียของตนเองหรือของสัตว์อื่น ได้รวบรวมวิธีแก้ไขตามสาเหตุและเกณฑ์การพาไปพบสัตวแพทย์ไว้แล้ว

| รายการ | เชิงโภชนาการ | เชิงพฤติกรรม | เชิงโรค |
|---|---|---|---|
| สาเหตุหลัก | ปัญหาการย่อยและดูดซึม, อาหารไม่เพียงพอ | ความเครียด, ความเบื่อ, การเรียนรู้ | พยาธิ, Exocrine Pancreatic Insufficiency |
| ชอบอุจจาระของตัวเอง | |||
| มีอาการอื่นร่วมด้วย | |||
| การเปลี่ยนแปลงความอยากอาหาร | เพิ่มขึ้น | ปกติ | ความอยากอาหารผิดปกติ |
| ความจำเป็นในการพบสัตวแพทย์ | ปานกลาง | ต่ำ | ทันที |
ส่วนใหญ่มักพบสาเหตุหลายอย่างร่วมกัน ไม่ใช่สาเหตุเดียว

กรณีเหล่านี้ต้องพาไปพบสัตวแพทย์
หากภาวะกินอุจจาระเกิดขึ้นพร้อมกับอาการผิดปกติอื่น อาจไม่ใช่แค่ปัญหาทางพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว หากมีอาการท้องเสีย อาเจียน น้ำหนักลด หรือน้ำหนักไม่เพิ่มแม้จะกินอาหารได้ดี ขนหยาบและไม่มีความเงางาม หรือของเสียที่ยังไม่ย่อยร่วมด้วย อาจสงสัยภาวะดูดซึมผิดปกติ เช่น ภาวะตับอ่อนบกพร่องชนิดเอกโซไครน์ (EPI) การเจริญเติบโตของแบคทีเรียในลำไส้เล็กมากเกิน หรือการติดเชื้อพยาธิ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันหรือมีภาวะกินอุจจาระที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ควรพาไปรับการตรวจมากกว่าการรอดูอาการ ตำราแนะนำให้ตรวจพยาธิในอุจจาระก่อน จากนั้นตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของตับอ่อน (TLI) เพื่อแยกภาวะ EPI ออก

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการแก้ไขภาวะกินอุจจาระ
การลงโทษทางร่างกายและการตะโกนจะทำให้สถานการณ์แย่ลง สุนัขจะเรียนรู้ว่า 'ผู้ดูแลมาแล้วน่ากลัว' แทนที่จะเรียนรู้ว่า 'ถูกดุเพราะกินอุจจาระ' ทำให้กินเร็วขึ้นหรือซ่อนกิน 'อาหารเสริมป้องกันการกินอุจจาระ' ที่ขายทั่วไปทำงานโดยใช้ส่วนผสมบางอย่างเพื่อเปลี่ยนรสชาติของของเสีย แต่มีประสิทธิภาพจำกัดและไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ในกรณีที่กินของเสียของสุนัขอื่นด้วย การใช้อาหารเสริมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องควบคุมระหว่างเดินเล่น

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Hart BL, Hart LA, Thigpen AP, et al., The paradox of canine conspecific coprophagy, Veterinary Medicine and Science, 2018
[2] Beaver BV, Canine Behavior: Insights and Answers, 2nd ed., Saunders/Elsevier, 2009
[3] Horwitz DF, Mills DS, BSAVA Manual of Canine and Feline Behavioural Medicine, 2nd ed., BSAVA, 2009