พยาธิตัวตืดเอคไคโนคอคคัสในแมวอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้เช่นกัน เราสรุปอาการ แหล่งติดเชื้อ และวิธีป้องกันที่เจ้าของต้องรู้ไว้



สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
การติดเชื้อพยาธิตัวตืดเอคไคโนคอคคัสในแมวในระยะแรกมักไม่มีอาการเลย ส่วนใหญ่แมวจะใช้ชีวิตปกติโดยไม่มีอาการผิดปกติ จนกว่าจะพบชิ้นส่วนสีขาวเล็กๆในอุจจาระหรือพบปรสิตติดอยู่รอบทวารหนัก ในบางกรณีอาจมีอาการบวมที่ท้อง น้ำหนักลด หรือความอยากอาหารลดลง แต่อาการเหล่านี้มักสับสนกับโรคอื่น ดังนั้นหากแมวมีนิสัยกินสัตว์ภายนอก การตรวจปรสิตเป็นประจำจึงจำเป็น แม้ไม่มีอาการก็มีความเสี่ยงติดเชื้อ จึงต้องระวัง

| รายการ | ระดับความเสี่ยง | ความเป็นไปได้ในการติดเชื้อ | วิธีจัดการ |
|---|---|---|---|
| ต่ำ | อาศัยในบ้าน ไม่ออกนอกบ้าน | ต่ำ | ตรวจปรสิตเป็นประจำ (ทุก 6 เดือน) |
| ปานกลาง | ออกนอกบ้านเป็นประจำ | ปานกลาง | ตรวจทุก 3 เดือน + ล้างมือหลังออกนอกบ้าน |
| สูง | มีนิสัยล่าหนูหรือกระต่าย | สูง | ตรวจทุก 1 เดือน + รับประทานยาป้องกันปรสิต |
ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความถี่ในการออกนอกบ้านและนิสัยการล่าสัตว์ของแมว

ข้อควรระวังสำหรับเจ้าของ
หลังแมวขับปรสิตออก ต้องเก็บอุจจาระใส่ถุงปิดสนิทและทิ้งในถังขยะทันที ต้องล้างมือด้วยสบู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเด็กเล่นกับแมว ต้องปลูกฝังนิสัยการล้างมือ เมื่อแมวกลับจากภายนอก ต้องเช็ดเท้าและตรวจสอบว่ามีปรสิตติดตัวหรือไม่ หากสงสัยการติดเชื้อ แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, 2015
[2] Feline Emergency and Critical Care Medicine, 2nd Ed, 2018
[3] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Ed, 2020