แมวมีช่วงอุณหภูมิร่างกายที่คงที่ได้สูงกว่ามนุษย์จึงอ่อนแอต่อความหนาวเย็น อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียสลงมามีความเสี่ยง และต่ำกว่าศูนย์อาจเกิดภาวะตัวเย็นจัดได้



| รายการ | สูงกว่า 10 องศาเซลเซียส | 0 ถึง 10 องศาเซลเซียส | ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส |
|---|---|---|---|
| ระดับความเสี่ยง | ต่ำ | ปานกลาง | สูง |
| สัญญาณหลัก | เพิ่มการเคลื่อนไหว | ขนตั้งชัน·สั่น | สั่น·ภาวะตัวเย็นจัด |
| วิธีการจัดการ | คงอยู่ในบ้าน | ให้อุปกรณ์กันหนาว | ไปโรงพยาบาลทันที |
ตารางเปรียบเทียบสัญญาณที่แมวแสดงและวิธีการจัดการตามอุณหภูมิ

การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน
หากแมวแสดงอาการของภาวะตัวเย็นจัด ต้องย้ายไปยังที่อุ่นทันที หากอุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่า 34 องศาเซลเซียส อาจเกิดปัญหาการหายใจลดลง ภูมิคุ้มกันลดลง และอัตราการเต้นของหัวใจลดลง และหากอุณหภูมิร่างกายลดลงมากกว่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องติดต่อสัตวแพทย์ทันทีและค่อยๆ ทำให้อุณหภูมิร่างกายอุ่นขึ้นพร้อมดำเนินการจัดการเหตุฉุกเฉิน

ข้อควรระวังตามสายพันธุ์
แมวที่ไม่มีขนหรือขนสั้น (เช่น สฟิงซ์) อาจสูญเสียความร้อนผ่านผิวหนังมากขึ้นจึงอ่อนแอต่อความหนาวเย็นมากกว่า โดยเฉพาะลูกแมวและแมวชราภาพหรืออ่อนแอที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ดีจึงต้องระวังเป็นพิเศษ หากสัมผัสสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นต้องย้ายไปยังที่อุ่นทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Littman MP et al. (2020) The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition. Wiley-Blackwell.
[2] Gwaltney-Brant SM et al. (2021) Blackwell's Five-Minute Veterinary Consult Clinical Companion, Small Animal Toxicology, 3rd Edition. Wiley-Blackwell.
[3] Case LP et al. (2019) Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Edition. Elsevier.