รวบรวมวิธีการดูแลเชิงปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและภูมิคุ้มกันที่ลดลงในช่วงเปลี่ยนฤดู สามารถตรวจสอบจุดสำคัญด้านอุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ โภชนาการ และการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับทั้งสุนัขและแมวได้ในที่เดียว

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการดูแลช่วงเปลี่ยนฤดู
หากมีอาการไอ น้ำมูก หรือจาม ต่อเนื่องเกิน 2 วัน อาจไม่ใช่เพียงแค่หวัดธรรมดา โดยเฉพาะแมว เมื่อเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจมักนำไปสู่การเบื่ออาหารอย่างรวดเร็ว หากปฏิเสธอาหารเกิน 24 ชั่วโมงควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที สุนัขสูงอายุและสัตว์หน้าสั้น (ปั๊ก บูลด็อก เปอร์เซีย เป็นต้น) แม้เสียงหายใจดังกว่าปกติเพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นสัญญาณฉุกเฉินได้

| รายการ | สุนัข | แมว |
|---|---|---|
| อุณหภูมิภายในที่แนะนำ | 22~26℃ | 22~28℃ |
| ความชื้นที่แนะนำ | 40~60% | 40~60% |
| โรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย | Kennel cough, หลอดลมอักเสบ | Herpesvirus, Calicivirus |
| ความถี่การระบายอากาศ | วันละ 2~3 ครั้ง, 10 นาที | วันละ 2~3 ครั้ง, 5~10 นาที |
| อาการที่ต้องระวัง | ไอแห้ง, มีน้ำมูก | จาม, ขี้ตา, เบื่ออาหาร |
สายพันธุ์หน้าสั้นและสัตว์สูงอายุควรปรับอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงบนสุดของช่วงที่แนะนำ


ควรระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับสัตว์หน้าสั้นและสัตว์สูงอายุ
สัตว์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก ชิสุ บูลด็อก เปอร์เซีย และหิมาลายัน มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบโดยธรรมชาติ เนื่องจากเพดานอ่อนยาวและรูจมูกแคบ จึงมีภาระในการหายใจสูงอยู่แล้วแม้ในสภาวะปกติ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนและชื้น การหอบเพื่อระบายความร้อนจะเพิ่มขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจบวมและมีแรงต้านอากาศมากขึ้น ดังนั้นแม้ในช่วงเปลี่ยนฤดู ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและความชื้นในตอนกลางวัน รวมถึงการออกกำลังกายหรือความตื่นเต้นมากเกินไป ให้ลดเส้นทางการเดินเล่นให้สั้นลง และหากหอบมากกว่าปกติหรือลิ้นและเหงือกเปลี่ยนเป็นสีม่วง (ภาวะเขียวคล้ำ) ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ทันที สำหรับสัตว์สูงอายุที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไปที่มีโรคหัวใจเป็นพื้นฐาน ภาระในการหายใจอาจเป็นอันตรายยิ่งขึ้น จึงควรลดการออกกำลังกายกลางแจ้งที่หนักเกินไปและปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับปริมาณการออกกำลังกาย

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Ettinger SJ, Feldman EC, Cote E, Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Edition, Chapter on Respiratory Disorders
[2] Little SE, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Respiratory & Immunology Chapters
[3] Nelson RW, Couto CG, Small Animal Internal Medicine, 6th Edition, Chapter on Upper Respiratory Tract Diseases