ถูกใจ
แชร์
멍실장
사구체신염 (단백뇨 원인 질환)

โรคไตอักเสบ (สาเหตุของโปรตีนในปัสสาวะ)

ไตไกด์โรคคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

โรคไตอักเสบคือภาวะที่ตัวกรองไตอักเสบทำให้โปรตีนรั่วออกทางปัสสาวะ สัญญาณหลักคือโปรตีนในปัสสาวะ บวม และความดันโลหิตสูง การพบและดูแลแต่เนิ่นๆ ชะลอการลุกลามสู่ไตวายได้

โรคไตอักเสบคืออะไร? โรคไตที่ก่อโปรตีนในปัสสาวะ

ภาพประกอบตัดขวางไตอธิบายแนวคิดโรคไตอักเสบ
โรคไตอักเสบคือโรคไตที่เกิดการอักเสบที่โกลเมอรูลัส (ตัวกรองเลือดขนาดเล็ก) ทำให้โปรตีนรั่วออกทางปัสสาวะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการพบแต่เนิ่นๆ แม้ภายนอกดูปกติ แต่หากโปรตีนเริ่มรั่วในปัสสาวะ แสดงว่าตัวกรองเสียหายแล้ว หากตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ ห้ามปล่อยทิ้งเกิน 2 สัปดาห์ ต้องตรวจละเอียดทันที

เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักและกลไกการเกิดโรค

โรคไตอักเสบส่วนใหญ่เริ่มจากสารประกอบภูมิคุ้มกันที่ก่อตัวล่วงหน้าสะสมที่เยื่อฐานโกลเมอรูลัส หรือแอนติบอดีในกระแสเลือดจับกับแอนติเจนก่อการอักเสบ ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันนี้กระตุ้นระบบคอมพลีเมนต์ การเกาะกลุ่มเกล็ดเลือด และระบบการแข็งตัวของเลือด สุดท้ายทำให้โปรตีนหลุดผ่านโกลเมอรูลัสออกมา มักมีโรคประจำตัวเป็นตัวกระตุ้น
การติดเชื้อเรื้อรัง: พยาธิหนอนหัวใจ โรคไลม์ การติดเชื้อไวรัสเช่น FeLV โรคเหงือก หากยืดเยื้อจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันโจมตีโกลเมอรูลัส
โรคภูมิต้านตนเอง: โรคที่โจมตีเนื้อเยื่อตัวเอง เช่น โรคเอสแอลอี
การอักเสบเรื้อรัง: ภาวะอักเสบเรื้อรัง เช่น ตับอ่อนอักเสบ ลำไส้อักเสบ
ไม่ทราบสาเหตุ: มีไม่น้อยที่หาสาเหตุไม่พบ — ในการศึกษาหนึ่งกับสุนัข 106 ตัวที่เป็นโรคโกลเมอรูลัส พบว่าประมาณ 43% ไม่ทราบสาเหตุ

รายการตรวจสอบอาการหลัก — อย่าละเลยสัญญาณเหล่านี้

โรคไตอักเสบมักไม่มีอาการในระยะแรก จึงเรียกว่า 'โรคที่ลุกลามอย่างเงียบๆ' หากพบสัญญาณใดด้านล่าง ต้องตรวจปัสสาวะและเลือด
ปัสสาวะมีฟอง: ฟองในปัสสาวะคงอยู่ไม่หายไป
บวม: ขา ช่องท้อง ใบหน้าบวม น้ำหนักเพิ่มทันที
เบื่ออาหาร: ปริมาณอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด
น้ำหนักลด: กล้ามเนื้อลีบ รู้สึกผอม
อ่อนเพลีย: เคลื่อนไหวช้าลง นอนมากขึ้น
ความดันโลหิตสูง: อาจแสดงเป็นรูม่านตาผิดปกติหรือการมองเห็นลดลงทันที
ภาพเจ้าของตรวจสอบฟองปัสสาวะและอาการบวม

สัญญาณฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

หากพบอาการด้านล่าง แสดงว่าโรคไตอักเสบกำเริบเฉียบพลันหรือเริ่มมีภาวะแทรกซ้อน ต้องรับการรักษาฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมง · หายใจหอบและไอบ่อย (สงสัยปอดบวมน้ำ) · ตาบอดทันทีหรือรูม่านตาไม่สมดุล (จอประสาทตาหลุดจากความดันโลหิตสูง) · ปัสสาวะมีเลือดหรือปริมาณปัสสาวะลดลงทันที · อาเจียนและเบื่ออาหารต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง · ขาข้างหนึ่งเย็นทันทีและมีอาการอัมพาต (ลิ่มเลือดอุดตัน)

วินิจฉัยอย่างไร?

หัวใจของการวินิจฉัยโรคไตอักเสบคือ 'การหาสาเหตุของโปรตีนในปัสสาวะ' การตรวจปัสสาวะธรรมดาไม่สามารถบอกสถานะที่แม่นยำได้ ต้องตรวจเป็นขั้นตอน
อัตราส่วนโปรตีน/ครีเอตินินในปัสสาวะ (UPC): มากกว่า 0.5 (สุนัข) มากกว่า 0.4 (แมว) ถือว่าโปรตีนในปัสสาวะมีความหมาย
ตรวจเลือด: ตรวจสอบอัลบูมิน คอเลสเตอรอล ค่าไต (BUN, ครีเอตินิน, SDMA)
วัดความดันโลหิต: ตรวจสอบการมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
ตรวจการติดเชื้อ: สกรีนพยาธิหนอนหัวใจและโรคจากเห็บ
อัลตราซาวนด์ไต: ตรวจหาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง แยกโรคอื่น

ขั้นตอนที่ดูจากค่าโปรตีนในปัสสาวะ (UPC)

รายการปกติเขตแดนโปรตีนในปัสสาวะชัดเจน
UPC สุนัข< 0.20.2 ~ 0.5> 0.5
UPC แมว< 0.20.2 ~ 0.4> 0.4
มาตรการแนะนำตรวจสุขภาพประจำปีตรวจซ้ำภายใน 2-4 สัปดาห์ตรวจละเอียดทันที

ตามแนวทางของ IRIS (สมาคมความสนใจไตระหว่างประเทศ)

การรักษาเป็นอย่างไร?

การรักษาโรคไตอักเสบดำเนินตาม 3 แกนหลักคือ 'กำจัดสาเหตุ + ลดโปรตีนในปัสสาวะ + จัดการภาวะแทรกซ้อน' เป้าหมายไม่ใช่การหายขาดแต่เป็นการชะลอการลุกลามและรักษาคุณภาพชีวิต
การรักษาสาเหตุ: หากมีการติดเชื้อใช้ยาปฏิชีวนะหรือรักษาพยาธิ หากเป็นภูมิต้านตนเองพิจารณาใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
ACE inhibitors/ARB: ลดความดันในโกลเมอรูลัสเพื่อลดการรั่วของโปรตีน
อาหารไตสูตรโปรตีนต่ำและเกลือต่ำ: ลดภาระโกลเมอรูลัส
การเสริมโอเมก้า-3: รายงานผลลดการอักเสบ
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: หากอัลบูมินต่ำมากจะสั่งจ่ายเพื่อป้องกันลิ่มเลือด
สัตวแพทย์จะกำหนดขนาดยาและยาตามน้ำหนักและค่าตรวจ
ภาพสัตวแพทย์เตรียมอาหารไตและยา

จุดดูแลที่บ้านที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การดูแลในชีวิตประจำวันสำคัญพอๆ กับยา จุดด้านล่างกำหนดความเร็วในการลุกลามของโปรตีนในปัสสาวะ
ปฏิบัติตามอาหารไตอย่างเคร่งครัด: ห้ามขนมและอาหารคน การควบคุมโปรตีนและโซเดียมเป็นหัวใจสำคัญ
การดื่มน้ำ: ให้น้ำสะอาดเสมอ แมวใช้อาหารเปียกและเครื่องกรองน้ำ
การติดตามอย่างสม่ำเสมอ: ตรวจ UPC ความดันโลหิต และเลือดทุก 2-3 เดือน
บันทึกน้ำหนัก: ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละครั้ง — การเพิ่มทันทีเป็นสัญญาณบวม
ลดความเครียด: หลีกเลี่ยงปัจจัยที่เพิ่มความดันโลหิต
ดูแลช่องปาก: โรคเหงือกเป็นสาเหตุทั่วไปของการก่อตัวสารประกอบภูมิคุ้มกัน
ภาพตรวจสอบน้ำหนักและการดื่มน้ำของสัตว์เลี้ยงที่บ้าน

ข้อควรระวังตามสายพันธุ์และเคล็ดลับป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงโรคโกลเมอรูลัสทางพันธุกรรมสูง ต้องตรวจแต่เนิ่นๆ · ซามอยด์ โดเบอร์แมน บูลเทอร์เรีย: รายงานประวัติครอบครัวโรคโกลเมอรูลัสทางพันธุกรรม (โรคไตทางพันธุกรรม) · ซอฟต์โคเทดวีตันเทอร์เรีย: เสี่ยงโรคไตและลำไส้ที่สูญเสียโปรตีน · แมวสายพันธุ์เช่น Abyssinian: มีแนวโน้มโรคอะไมลอยโดซิสของไต (ยืนยันด้วยการย้อม Congo red เป็นบวก) · สัตว์เลี้ยงอายุ 7-8 ปีขึ้นไป แนะนำตรวจปัสสาวะและความดันโลหิตปีละ 1 ครั้ง · ห้ามหยุดการรักษาเอง ต้องปรึกษาสัตวแพทย์เสมอ

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

โรคไตอักเสบรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
หากสาเหตุเป็นการติดเชื้อหรือโรคประจำตัวที่รักษาได้ อาจดีขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นโรคที่ต้องดูแลเรื้อรังเพื่อชะลอการลุกลามและควบคุมโปรตีนในปัสสาวะ ยิ่งพบแต่เนิ่นๆ ผลการดูแลยิ่งดี
หากปัสสาวะมีฟองมาก แสดงว่าเป็นโรคไตอักเสบเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป ปัสสาวะปกติก็อาจมีฟองชั่วคราวได้ แต่หากฟองไม่หายไปเกินหลายนาทีและเกิดซ้ำ ควรตรวจ UPC การยืนยันเป็นวิธีที่เร็วและแม่นยำที่สุด
จำเป็นต้องให้อาหารไตหรือไม่?
ใช่ หากเข้าสู่ระยะที่ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ อาหารสั่งจ่ายสำคัญพอๆ กับยา อาหารทั่วไปมีโปรตีน ฟอสฟอรัส และโซเดียมสูง เพิ่มภาระโกลเมอรูลัส ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
อาหารเสริมหรือโอเมก้า-3 ช่วยได้หรือไม่?
โอเมก้า-3 (EPA·DHA) มีรายงานวิจัยว่าช่วยบรรเทาการอักเสบของโกลเมอรูลัส จึงมักใช้เป็นวิธีเสริม แต่อาจมีปฏิกิริยากับยา ต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเริ่ม
ไม่มีอาการแต่ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ ต้องรักษาทันทีหรือไม่?
หากเป็นค่าเขตแดน ให้ตรวจซ้ำใน 2-4 สัปดาห์ เพื่อยืนยันความต่อเนื่อง หากยืนยันโปรตีนในปัสสาวะต่อเนื่อง ให้ดำเนินการตรวจหาสาเหตุ จำไว้ว่า 'ไม่มีอาการ = ดี' ไม่ใช่ความจริง

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Ettinger SJ, Feldman EC, Cote E. Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Edition. Elsevier, 2017 — Glomerular Disease Chapter

[2] Nelson RW, Couto CG. Small Animal Internal Medicine, 6th Edition. Elsevier, 2019 — Glomerulonephritis and Proteinuria

[3] IRIS (International Renal Interest Society) Consensus Guidelines on Glomerular Disease, 2013

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.