ไลโปมาในแมวเป็นเนื้องอกชนิดดีที่พบบ่อย แต่ไลโปซาร์โคมาที่เป็นมะเร็งเป็นเนื้องอกชนิดร้ายที่ลุกลามและมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่กระจาย การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญ



สถานการณ์ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากก้อนโตเร็วภายใน 1 เดือน ติดแน่นไม่เคลื่อนที่ หรือผิวหนังแดงหรือลอกออก ต้องไปโรงพยาบาลทันที หากแสดงอาการเจ็บปวด เบื่ออาหาร และกิจกรรมลดลง มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นมะเร็ง



การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและข้อควรระวังตามสายพันธุ์
เนื้องอกที่ลุกลามรวมถึงไลโปซาร์โคมา หากผ่าตัดไม่สมบูรณ์จะมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำในท้องถิ่นสูง ดังนั้นการตรวจสุขภาพและการตรวจสอบภาพอย่างสม่ำเสมอหลังผ่าตัดจึงมีความสำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสายพันธุ์ใดมีความเสี่ยงต่อเนื้องอกนี้มากกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด แมวอายุมากควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของขนาด ความแข็ง และการติดแน่นของก้อนอย่างละเอียด

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
| รายการ | ไลโปมา | ไลโปซาร์โคมา |
|---|---|---|
| ลักษณะ | ชนิดดี | ชนิดร้าย |
| อัตราการเติบโต | ช้ามาก | เร็ว |
| การเคลื่อนที่ | เคลื่อนที่ได้ | ติดแน่น |
| ความเสี่ยงการแพร่กระจาย | ไม่มี | สูง |
| วิธีการรักษา | สังเกตหรือผ่าตัด | ผ่าตัด + รังสี/เคมีบำบัด |
การวินิจฉัยที่ถูกต้องทำได้เฉพาะผ่านการตรวจชิ้นเนื้อเท่านั้น อาการอาจเหมือนกัน ดังนั้นการปรึกษาสัตวแพทย์จึงจำเป็น
แชร์
[1] Veterinary Surgical Oncology, 2nd Edition. 2018. Wiley-Blackwell.
[2] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed. 2015. Elsevier.
[3] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Ed. 2019. BSAVA Publications.