ฝีในช่องปากของแมวคือรอยโรคอักเสบที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อรอบฟัน ส่วนฝีที่ปลายรากฟันเป็นภาวะร้ายแรงที่เกิดขึ้นที่ปลายรากฟัน การตรวจพบแต่เนิ่นๆ และการรักษาที่เหมาะสมมีความสำคัญ



กรณีที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากแมวแสดงอาการเจ็บปวดรุนแรง ใบหน้าบวมมาก มีไข้ หรือไม่กินอาหารเลย ต้องไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นเพราะฝีได้ลุกลามถึงกระดูก หรือเกิดการติดเชื้อทั่วร่างกาย การรักษาที่ล่าช้าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้



ข้อควรระวังตามสายพันธุ์และการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่จะยืนยันว่าสายพันธุ์ใดมีความเสี่ยงต่อฝีในช่องปากและฝีที่ปลายรากฟันมากกว่า แต่แมวไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์หรืออายุใด มักมีปัญหาช่องปาก เช่น โรคปริทันต์ รอยโรคการดูดซึมฟัน และโรคเหงือก (การดูดซึมฟันพบได้ใน 25~75% ตามกลุ่มประชากรที่ศึกษา) ดังนั้นแมวทุกตัวจึงต้องการการดูแลช่องปากที่บ้านและการตรวจช่องปากโดยสัตวแพทย์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ควรตรวจสอบสุขภาพฟันระหว่างการตรวจเป็นประจำ และดำเนินการดูแลฟันที่บ้าน (เช่น การแปรงฟัน) อย่างสม่ำเสมอ

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Bellows J. Feline Dentistry – Oral Assessment, Treatment, and Preventative Care. 1st ed. Ames: Wiley-Blackwell; 2010.
[2] DeBowes LJ. Simple and surgical exodontia. Vet Clin North Am Small Anim Pract. 2005;35:963–984.
[3] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition. Elsevier; 2017.