การเลือกอาหารรักษาโรคไตสำหรับแมวอย่างมีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงความสมดุลทางโภชนาการและลักษณะโรค บทความนี้สรุป 3 อันดับแรกและเกณฑ์การเลือก





| รายการ | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|
| สถานะ | ภาวะการทำงานของไตค่อยๆ ลดลงจากโรคไตเรื้อรัง |
| อาการ | เบื่ออาหาร อาเจียน น้ำหนักลด อ่อนเพลีย กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย |
| การวินิจฉัย | ต้องตรวจเลือดและปัสสาวะ (BUN·ครีเอตินิน·SDMA·ค่าฟอสฟอรัส) |
| การรักษา | อาหารรักษาโรคไตที่สัตวแพทย์สั่งจ่าย + ใช้สารดูดซับฟอสฟอรัสหรือสารน้ำหากจำเป็น |
| ข้อควรระวัง | ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรืออาหารโปรตีนต่ำทั่วไปแทน |
ตารางนี้ไม่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์หรือโรงพยาบาลเฉพาะ แต่เป็นเกณฑ์สำหรับปรึกษาสัตวแพทย์ การตัดสินใจรักษาและตรวจต้องทำร่วมกับสัตวแพทย์ผ่านการตรวจเสมอ
ข้อควรระวัง: ข้อควรระวังเมื่อเปลี่ยนอาหาร
เมื่อเปลี่ยนเป็นอาหารรักษาโรคไต ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเปลี่ยนทันทีอาจสร้างภาระให้ระบบย่อยอาหารของแมว ผสมอาหารเดิมกับอาหารใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 7-10 วัน หากเกิดอาการเบื่ออาหารหรืออาเจียนระหว่างเปลี่ยน ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันที


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Fascetti, A.J. & Delaney, S.J. (2022). Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Ed. Wiley-Blackwell.
[2] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Ed. (2022). Wiley-Blackwell.
[3] American College of Veterinary Internal Medicine (ACVIM). (2021). Consensus Guidelines for Management of Chronic Kidney Disease in Cats.